E-book สวรรค์รำลึก

รำลึกศึกษา

ศึกษาประวัติของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาในอดีต

ร้านหนังสือสวรรค์รำลึก

เยี่ยมชมเรา

สื่อมงคลสำนักปู่สวรรค์

สิ่งดีที่ฝากไว้ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ความรู้ทางวิญญาณ จากการศึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ภาพยนต์รำลึก

ชมภาพยนต์ประวัติศาสตร์และสื่อเพื่อการศึกษาค้นคว้า

โอวาทท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ

ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ

พระโอวาทท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ

ความเป็นมา

ตามความจริงแล้วท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระไม่ประสงค์มายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ เพราะมนุษย์มีจิตใจสกปรกและไร้ยางอาย แต่เมื่อหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสี ดิ้นรนลงมาตั้งสำนักปู่สวรรค์ขึ้นในโลกมนุษย์ก็ได้อัญเชิญท่านลงมาช่วยปกป้องมาร และร่วมทำงานโปรดสัตว์ด้วย ท่านมีเมตตาจึงลงมาทำงานที่สำนักปู่สวรรค์ โดยการช่วยรดน้ำมนต์รักษาโรคมารแทรก ( ถูกไสยถูกกระทำต่างๆ) ให้แก่มนุษย์ และช่วยจัดพิธีกรรมต่างๆที่เป็นงานใหญ่ๆให้ด้วย แม้กระนั้นท่านก็ยังคงไม่อยากยุ่งกับมนุษย์มากนัก ดังที่จะเห็นว่าตลอดเวลาที่ท่านลงมาทำงานโปรดสัตว์ในโลกมนุษย์ที่สำนักปู่สวรรค์ ท่านจะไม่พูดกับมนุษย์เลย เพราะท่านไม่ต้องการให้มนุษย์ติดท่าน ท่านใช้วิธีการเขียนข้อความที่ประสงค์จะกล่าวตามความจำเป็นลงในแผ่นกระดาษเป็นภาษาไทย แล้วให้เจ้าหน้าที่อ่านข้อความนั้นให้บุคคลที่ท่านประสงค์กล่าวด้วยฟัง และท่านจะติดต่อมนุษย์ไม่ว่าเรื่องใดๆเท่าที่จำเป็นเท่านั้น บทโอวาทของท่านที่คัดมาได้นี้ ย่อมแสดงความจริงข้อนี้ได้ ท่านเขียนโอวาทเหล่านี้สอนสานุศิษย์บางคนที่มาขอให้ท่านรักษาโรคให้ ซึ่งข้อความที่เป็นโอวาทเหล่านี้ ท่านเขียนแทรกอยู่ในการสั่งงานหรือแนะนำเรื่องอื่นๆ ผู้รวบรวมได้ขออนุญาตจากท่านคัดลอกมาเฉพาะเนื้อหาธรรมะเท่านั้น

คัดจากหนังสือท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระและยอดพระคาถาชินปัญชร รวบรวมโดย เกหลง พานิช

ชมรมสานุศิษย์สำนักปู่สวรรค์ฯ จัดพิมพ์

คำขวัญในการทำงาน

ยามศึกต้องการผู้กล้าหาญ                   ยามปรึกษาไม่ต้องการคนพูดพล่าม

ยามทำงานต้องการผู้มีปัญญา           ถ้าท่านปรับตัวเข้ากับหลักนี้ได้ ก็จงมา

ถ้าปรับไม่ได้ก็จงหลีกไป

ประทานเมื่อ ๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๔

...........................................................

ถ้าจะทำงานใหญ่ ยังมีพวกมนุษย์ที่จิตไม่ถึงธรรม โดยเฉพาะสตรีงาม ย่อมที่จะถึงกาลพินาศ

ท่านรู้จักคำว่าหน้าที่ขอบเขต ความรับผิดชอบ ฐานะ ไหมขอท่านปรับปรุงความคิด ปรับปรุงการทำงานตั้งแต่บัดนี้ ให้ปากกับใจมันตรงกันก่อนแล้วจึงมาคุย

ประทานเมื่อ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙

..................................................................

ได้มาบูชาเรา สักการะเราแล้ว ก็กล่าวคำขอขมานั้นด้วย เราก็รับทราบรับฟัง แต่ว่าเราไม่สะทกสะท้านต่อ

เพราะการเป็นมนุษย์จิตใจมนุษย์เปลี่ยนทุกนาที อารมณ์คล้อยตามอายตนะด้วยวันนี้ท่านก็ขอขมา เมื่อวานนี้ท่านก็ขอขมา ท่านก็ขอขมาหลายครั้งแล้ว แต่สันดานพวกท่านไม่เปลี่ยนแปลงสักที นี้เพียงพิธีการชั่วอารมณ์หนึ่ง และชั่วอายตนะที่ท่านสบายใจก็เข้ามาขอขมาถ้าท่านเกิดไม่สบายใจท่านก็ด่าเรา เพราะฉะนั้นเราจึงไม่คล้อยตามโวหาร แลอารมณ์ของท่านที่มากระทบ เราไม่เหมือนเทพพรหมองค์อื่น แต่สิ่งที่การเป็นมนุษย์นั้นต้องเข้าใจว่าชีวิตนั้นแสนสั้นหนอ ท่านจะทำยังไงจึงเป็นมนุษย์ที่ดี ท่านจะทำยังไงให้จิตของท่านมีความมั่นคง และอย่าวิจิกิจฉาในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมทำงานศาสนานั้นเป็นงานที่ยาก ข้อสำคัญท่านต้องรูจักตัวท่านเอง ต้องประมาณตัวท่าน ต้องรู้วาสนาท่าน ต้องรู้ความสามารถ

ประทานเมื่อ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๙

..............................................................................................

 

คำขอขมาจากพวกท่าน และคำว่าตัดสินใจเด็ดขาด
ทุกอย่างเรียบร้อย เราฟังแล้วรู้สึกเฉยเสียแล้ว 

ผู้รู้เขาจะทำก่อนพูด
ผู้มีความสามารถจะไม่อวดตัว 

การทำงานใหญ่ไม่มีแผนที่ดีและเด็ดเดี่ยว
ย่อมได้งานที่เลว

พระโอวาทท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ
วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๙

.....................................................................................................

 

คนเราทะนงตนว่าเป็นศิลปิน
ชีวิตก็ไม่พ้นการเจ็บตาย


พระโอวาทท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ
วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐

....................................................................................................

 

            ท่านก็ได้มาละทิฐิในการบูชาอีกวาระหนึ่งและได้น้ำดอกไม้ ธูปเทียนมาสักการะและขอขมาแบบการปฏิบัติระหว่างครูกับศิษย์ ซึ่งสำนักปู่สวรรค์ก็ตั้งในโลกมนุษย์ ท่านจึงมีโอกาสมาสักการะและขอขมาเรา ปีที่แล้วก็ขอขมา ปีนี้ท่านก็ขอขมาเสร็จก็คงจะลืมกันอีก แน่นอนเราก็ไม่ถือท่าน เพราะว่ามันเป็นสิ่งธรรมดาของมนุษย์ แต่ฟังแล้วรำคาญ วันนี้ท่านศรัทธาเราก็ขอขมา พรุ่งนี้ท่านไม่ศรัทธาเรา ท่านก็อาจจะด่าเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเฉยๆ  

            ถึงอย่างไรก็ดีเป็นการแสดงออกของกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม และเป็นวิธีการอันที่หนึ่งที่เรียกว่า ทำให้ท่านทั้งหลายได้มาพบปะสังสรรค์กันในที่นี้ เพื่อปรับทุกข์ และให้เกิดสุขขึ้นตามอารมณ์ของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจสำหรับมนุษย์ที่จะต้องการมีความสุข แต่ภาวะแห่งความสุขอันแท้จริงนั้น อยู่ที่การปฏิบัติของจิตวิญญาณของท่าน จิตวิญญาณท่านปฏิบัติในทางที่ดีท่านก็ได้สุข จิตวิญญาณท่านปฏิบัติในทางที่ชั่วท่านก็ได้ทุกข์ และทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดความสุขหรือความทุกข์ อยู่ที่การกระทำของท่านเอง ไม่ใช่อยู่ที่ท่านมาขอขมาเราแล้ว ท่านก็มีสุข ท่านมาขอพรเราแล้วท่านก็จะมีสุข ต้องอยู่ที่ท่านเป็นคนเริ่มต้นก่อน 

       การที่โลกทุกวันนี้ไม่สงบ ไม่มีสุข เพราะมนุษย์ตกอยู่ในห้วงกิเลสตัณหา ที่ยึดมั่นสำคัญตน ตกอยู่ในภาวะที่ไม่มาจับความผิดของตัว เที่ยวจับความผิดของคนอื่น และเที่ยวกล่าวร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน โลกจึงเกิดความวุ่นวาย
พระโอวาทท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ
วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐

....................................................................................................

 

 

 

 

Contribute!
Books!
Shop!