ประวัติท่านทูตสันติภาพ ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์


เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าฯถวายองค์สมมติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังษี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๓ ณ ศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดา

กำเนิด
นายสุชาติ โกศลกิติวงศ์ เป็นบุตรคนที่ ๕ ในจำนวนบุตร ๗คน ของนายเต็กสือ แซ่ฉั่ว กับ นางฮุ้ยฮวง แซ่ลิ้ม เกิดวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม ในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย  
ต้นตระกูลของนายเต็กสือ เป็นขุนนางผู้ใหญ่ในประเทศจีน บ้านเดิมอยู่อำเภอเตียอัง จังหวัดกึงตัง มณฑลกว้างตุ้ง ประเทศจีน นายเต็กสือเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับประธานธิบดีเจียงไคเซ็ก เคยรับราชการมีตำแหน่งเป็นที่ ๔ รองจากประธานาธิบดีเจียงไคเซ็ก เป็นคนรักชาติและรักความยุติธรรม ในยุคที่ประเทศจีนอลเวงอย่างหนัก ข้าราชการเต็มไปด้วยพวกโกงกินคอร์รัปชั่น

เป็นเหตุให้นายเต็กสือโต้เถียงอย่างรุนแรงกับประธานาธิบดีเจียงไคเซ็กเพราะไม่พอใจในการบริหารงานของคณะรัฐบาล ประธานาธิบดีเจียงไคเซ็กสั่งจับฆ่า จึงหนีมาประเทศไทย ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ประกอบอาชีพแพทย์แผนโบราณ


ภาพเขียนในวัยเยาว์

เยาว์วัย                 เด็กชายสุชาติชอบพูดคุยเรื่องธรรมะและเรื่องการช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ไม่สนใจการเรียนหนังสือในโรงเรียนแต่ได้เรียนรู้จากนอกโรงเรียน
มากมาย บิดาแก่กรรม เมื่อเด็กชายสุชาติอายุ ๙ ขวบ มารดาต้องทำงานเลี้ยงลูก ๗ คน
เด็กชายสุชาติชอบไปเล่นแถวใต้สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ และลงเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งหนึ่งเกิดเป็นตะคริวว่ายน้ำไม่ไหวจึงจมน้ำ เมื่อจวนจะหมดสติรู้สึกว่ามีสิ่งหนึ่งมาช้อนร่างกายให้ลอยขึ้น ใบหน้าและจมูกอยู่เหนือน้ำ แล้วลอยไปเรื่อยๆ จนมีจีนพายเรือขายกาแฟผ่านมาจึงช่วยให้เด็กชายสุชาติขึ้นจากน้ำ
ปรากฎการณ์ที่รอดชีวิตมาได้อย่างแปลกประหลาดนี้ ยังฝังอยู่ในความทรงจำของนายสุชาติ ครั้นเมื่ออายุมากขึ้นต้องทำงานเพื่อส่วนรวม นาสุชาติรู้สึกแน่ใจว่าตนต้องมีชีวิตบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น จึงยังไม่ตายเมื่อเป็นเด็ก

อายุ ๑๐ ขวบ ได้ขโมยเงินของมารดา ๑๐ บาท ซื้อขนมแจกเพื่อน มารดาจับได้ก็ทำโทษเอาเชือกมัดข้อเท้าข้างขวาผูกติดกับประตูหน้าบ้าน ไห้นั่งประจานตรงนั้นนับแต่นั้นมาเด็กชายสุชาติได้ตั้งสัจจะว่า จะไม่ขอเงินท่านอีก แต่ด้วยเมตตาของมารดา บางวันก็เอาเงินมาทิ้งไว้ที่นอนหนึ่งบาทบ้าง สองบาทบ้าง วันไหนไม่มีเงินค่ารถก็จำเป็นต้องเอา 
นับแต่นั้นมาเด็กชายสุชาติก็ไม่เรียนหนังสือ รับจ้างเขาทำงาน ขายก๋วยเตี๋ยวบ้าง ส่งกาแฟตามร้านบนบาทวิถีบ้าง เพื่อแลกเงินมาเลี้ยงชีพ บางคืนกลับไปถึงบ้านตีหนึ่ง ตีสอง มารดาก็ยังคอยอยู่

อายุ ๑๔ ปี ทำงานนอกบ้านและฝึกงานทางการค้าขายและช่วยเหลือผู้อื่นในวงการค้าด้วย ระหว่างนั้นไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนผู้ใหญ่วัดราชบูรณะ ได้เลื่อนชั้นและข้ามชั้น เรียนเพียง ๒ ปีก็จบชั้นประถมปีที่ ๔ 


เมื่ออายุประมาณ ๑๗ ปี
อายุ ๑๗ ปี ทำงานกับนายสหัส มหาคุณ ที่สมาคมพาณิชย์จีน ระหว่างนั้นมีผู้ประกอบธุรกิจภาพยนตร์ได้นำฟิล์มมาจำนำและขอกู้เงิน นายสุชาติได้ช่วยเจรจากับนายสหัส มหาคุณ จนเป็นผลสำเร็จ ผู้มากู้จึงมอบเหรียญหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปว่าศักดิ์สิทธิ์ นายสุชาติได้รับแล้วก็เก็บไว้เฉยๆ ต่อมาอยากพิสูจน์ความศักดิ์สิทธ์ นายสุชาติได้รับแล้วก็เก็บไว้เฉยๆ ต่อมาอยากพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญนั้นจึงไปวัดดอนยานนาวาถามพระภิกษุองค์หนึ่งถึงวิธีปลุกเหรียญศักดิ์สิทธิ์ พระก็แนะนำให้

เมื่อลงมือทำก็รู้สึกมีดวงไปใหญ่ดวงหนึ่งแล่นเข้ามาที่หน้าอย่างเต็มที่แล้วก็ไม่รู้สึกตัวสักครู่รู้สึกตัวพวกเพื่อนที่อยู่ที่นั่นบอกว่า หลวงปู่ทวดมา ได้ทดลองอยู่หลายครั้ง ครั้งที่ร้อยกว่าหลวงปู่ทวดได้ผ่านร่างนายสุชาติ ท่านพูดว่าอยากลองดีจะเอาเป็นร่างทรง


ริ่มบำบัดโรคด้วยพลังทิพย์
เมื่อมีผู้ทราบว่าหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดมาผ่านร่างนายสุชาติ จึงมีคนไข้ซึ่งป่วยมานาน แพทย์รักษาไม่หาย มาขอให้หลวงปู่ทวดรักษาให้ ก็หายป่วยไปหลายราย ระยะนั้นนายสุชาติไม่สมัครใจที่จะทำงานให้แก่โลกวิญญาณ จึงคิดหนีไปให้พ้น คิดเอาเองว่า ถ้าหนีไปต่างประเทศคงจะพ้น ได้หนีไปประเทศลาว แต่วิญญาณก็ยังไปบีบบังคับได้เหมือนเดิม
ระยะนั้นมีปัญหาทางการเมือง ห้ามประชาชนเดินทางข้ามแดน นายสุชาติจึงท้าความศักดิ์สิทธิ์ว่าถ้าหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์จริงก็ต้องช่วยให้กลับเมืองไทยได้ ก็กลับมาได้อย่างมหัศจรรย์ พอดีอายุต้องเกณฑ์ทหาร เป็นทหารอยู่ ๑ ปี ๖ เดือน


รับราชการทหาร

รับราชการทหาร
นายสุชาติเข้ารับราชการทหารเมื่อ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๗ สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ ๑ เคยทำหน้าที่พลประจำปืนฝึกอยู่ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
             ระหว่างเป็นทหาร พลทหารสุชาติ มีความขยันขันแข็งเคารพระเบียบวินัย เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา บางครั้งได้รับพลังทิพย์จากโลกวิญญาณ เช่นครั้งหนึ่งกำลังฟังนายทหารบรรยาย พลทหารสุชาติก็ยกมือขั้นขออนุญาตพูดหน้าชั้นเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็พูดถึงยุทธวิธีการรบอันเป็นเรื่องที่เกินความรู้ของพลทหาร
ทำให้ผู้ฟังรู้สึกแปลกใจมาก บางวันแดดร้อนจัด พลทหารสุชาติบอกว่าจะเรียกฝนให้ แล้วก็ออกไปนั่งกลางแจ้ง ร้องเพลงแขก ฝนตกลงมา
ต่อมาทางการให้ย้ายจากค่ายธนะรัชต์ไปอยู่ ป.ต.อ. หนังสือส่งตัวมีใจความตอนหนึ่งว่า                      

                “พลทหารสุชาติ โกศลกิติวงศ์ เป็นพลทหารที่ดีมากและมีมันสมองมหัศจรรย์ สมควรให้ตำแหน่งนายสิบ”
ระยะนั้นสมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ (หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด) ตรัสว่า เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ดีต้องตั้งสำนักปู่สวรรค์ขึ้นในโลกมนุษย์ตามมติสามโลกรับใช้โลกวิญญาณ