E-book สวรรค์รำลึก

สถิติเยี่ยมชมเว็บสวรรค์รำลึก

786629
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
302
436
1374
778347
9006
8159
786629

Your IP: 107.20.115.174
Server Time: 2017-12-13 14:47:10

รำลึกศึกษา

ศึกษาประวัติของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาในอดีต

ร้านหนังสือสวรรค์รำลึก

เยี่ยมชมเรา

สื่อมงคลสำนักปู่สวรรค์

สิ่งดีที่ฝากไว้ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ความรู้ทางวิญญาณ จากการศึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ภาพยนต์รำลึก

ชมภาพยนต์ประวัติศาสตร์และสื่อเพื่อการศึกษาค้นคว้า

ประวัติหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา

 

ประวัติการดำเนินและการดำเนินงานของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาโดยสังเขป

หุบผาสวรรค์เมืองศาสนา

๑.คณะธรรมทูตแห่งอินเดีย

                เมื่อราวพุทธศตวรรษที่๓ พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งประเทศอินเดียได้ส่งพระส่งพระธรรมทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา คณะธรรมทูตสายหนึ่งซึ่งนำโดยพระอรหันต์สององค์คือพระโสณะมหาเถระกับพระอุตระมหาเถระ เดินทางเดินทางมุ่งสู่สุวรรณภูมิ เมื่อใกล้เข้าสู่ผืนแผ่นดินได้เกิดเหตุเรืออับปางลง ณ พื้นที่หนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขัณธ์ ประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อได้ขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้วคณะธรรมทูตทั้งหมดได้เดินทางต่อโดยใช้เกวียนเป็นพาหนะ ในที่สุดก็เดินทางมาพักแรมอยู่ ณ ถ้ำสาลิกาเทือกเขาเสือหมอบ ( ถ้ำสาลิกา เทือกเขาถ้ำพระ ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีในปัจจุบัน ) เมื่อมาพักที่นี่คณะธรรมทูตได้ปีนขึ้นไปบนยอดเขา ( ปัจจุบันคือสถานที่ ที่ประดิษฐานองค์สันติเจดีย์ ) สังเกตเห็นว่าสถานที่หนึ่งที่ห่างออกไปจากเทือกเขานี้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ในเวลากลางวันมีดงไม้เขียว ในเวลากลางคืนมีแสงไฟสว่าง คาดว่าจะเป็นชุมชน ( ปัจจุบันคือเมืองคูบัว ) คณะธรรมทูตจึงประชุมวางแผนและตัดสินใจมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้นเพื่อทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ หมู่บ้านคูบัว นับได้ว่าเทือกเขาเสือหมอบแห่งนี้เป็นจุดทอแสงของพระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิแห่งนี้

๒.ประกาศโบราณสถาน

เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘ กรมศิลปากร โดย หลวงวิจิตรวาทการเป็นอธิบดี ได้ประกาศกำหนดให้ เขาถ้ำพระ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นโบราณสถานสำหรับชาติ ( ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘ หน้า ๓๖๙๖ )

บุกเบิกหุบผาสวรรค์

๓.อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์บุกเบิกหุบผาสวรรค์

เมื่อโลกวิญญาณได้สั่งตั้งสำนักปู่สวรรค์ในโลกมนุษย์และได้ดำเนินการหลายประการในการโปรดสัตว์โลกเพื่อให้สถานการณ์ของโลกที่จะทวีความรุนแรงขึ้น ได้รับการผ่อนคลายลงและเมื่อสถานการณ์ของโลกมีทีท่าว่าจะแปรเปลี่ยนไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง เกิดการเบียดเบียนฆ่าฟันกันอย่างบ้าครั่ง โลกวิญญาณได้ประเมินสาเหตุว่าเกิดจากการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกยังไม่เข้าซึ้งถึงธรรมะของแต่ละศาสนาที่ตนเองนับถือ โลกวิญญาณจึงมีบัญชาให้จัดหาสถานที่อันสงบเหมาะสมที่จะปฏิบัติจิตศึกษาธรรมะและตนเอง(แผนงานอย่างไรในขณะนั้นเบื้องบนยังไม่เปิดเผยให้มนุษย์รู้)

                ด้วยเหตุนี้เบื้องบนจึงมีบัญชาให้อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ เดินทางมุ่งหน้าไปหาสถานนั้น เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ อาจารย์สุชาติ กับสามเณรรูปหนึ่งเดินทางสู่จังหวัดราชบุรี มุ่งหาสถานที่ตามพระบัญชาของพระเจ้าเบื้องบน ทั้งอาจารย์สุชาติ และสามเณรรูปนั้นไม่เคยเดินทางไปที่ตำบลนั้น และไม่รู้จักใครที่นั่นเลย ก็มาถึงสถานที่หนึ่งเรียกกันในถิ่นนั้นว่าเทือกเขาเสือหมอบ อยู่ใน ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บริเวณนั้นเป็นป่าค่อนข้างโปร่ง เทือกเขาเสือหมอบนี้ มองดูไกลๆเห็นลักษณะของเทือกเขาคล้ายเสือหรือสิงห์กำลังหมอบอยู่

                อาจารย์สุชาติ ทราบจากเบื้องบนว่า บริเวณนี้เป็นสถานที่สำคัญคือ เมื่อ พ.ศ.๒๗๓

คณะธรรมทูตสายที่ ๘ ที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งออกมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแหลมสุวรรณภูมิ ได้เคยเดินทางมาพักแรม ณ ถ้ำสาลิกา และเป็นจุดที่คณะธรรมทูตประชุมตกลงใจที่ออกเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในหมู่บ้านคูบัว ฉะนั้นจึงนับได้ว่าบริเวณเทือกเขาเสือหมอบเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาในแหลมสุวรรณภูมิ

                เมื่อพบสถานที่อันเหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาปฏิบัติธรรมแล้ว สานุศิษย์จึงติดต่อขอซื้อที่ดินจากชาวบ้าน และยังได้ช่วยกันบริจาคทรัพย์ก่อสร้างอาคารที่จำเป็น โดยมีอาจารย์สุชาติ เป็นหัวหน้าในการดำเนินการ

                ครั้งหนึ่งอาจารย์สุชาติไปขอซื้อที่ดินจากชาวบ้าน มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ อัมพร เมื่อได้ฟังอาจารย์สุชาติชี้แจงว่าจะขอซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นที่ปฏิบัติจิตและศึกษาธรรมะ นางก็ร้องออกมาว่า ใช่แล้ว ตรงกับที่อาจารย์บุญเคยบอกไว้

เรื่องมีอยู่ว่าบริเวณเทือกเขาเสือหมอบนี้เคยมีพระภิกษุมาปฏิบัติจิต ครั้งหนึ่งพระอาจารย์บุญ
ได้เรียกประชุมชาวบ้าน ได้กล่าวกับลาชาวบ้านว่า ถึงเวลาที่ท่านจะต้องถึงแก่กาลมรณภาพแล้ว ท่านบอกกับชาวบ้านว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีสีผ้ากาสาวพัสตร์เหลืองอร่าม และหัวหน้าของ
สถานที่นี้เป็นฆราวาสไม่ใช่พระสงฆ์ เมื่อพระภิกษุบุญจากที่นี่ไปแล้วประมาณ ๓ เดือนท่านก็
ถึงแก่มรณภาพที่กรุงเทพ

ดำเนินการสร้างหุบผาสวรรค์ได้ดำเนินการ ด้วยแรงศรัทธาของสานุศิษย์ และสาธุชนที่เข้าใจความ
มุ่งหมายการทำงานของสำนักปู่สวรรค์และอาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ได้ร่วมมือบริจาค
เพื่อการพัฒนา

                การบุกเบิกและการพัฒนามิใช่ทำได้ง่ายๆเพราะในขณะนั้นบริเวณเทือกเขาเสือหมอบหรือเขาถ้ำพระนี้ เคยเป็นที่อยู่ของผู้ก่อการร้าย มีการฆ่ากันเป็นประจำ เมื่อตั้งเป็นอาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาแล้ว ผู้อำนวยการคืออาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ได้บรรยายธรรมะ ชี้แจงให้ประชาชนเห็นผิดและชอบ คนที่หลงผิดทำมิจฉาชีพ ก็ถอยออกไปจากสถานที่นี้ บางคนกลับตัวเป็นคนดี หันมาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมื่ออาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนามีงานการกุศลตามเทศกาลหรือจัดงานพิเศษ ชาวบ้านแถบนั้นก็มาร่วมการกุศลด้วย

ด้านหน้าหุบผาสวรรค์

                จากบันทึกเอกสารของสำนักหุบผาสวรรค์กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งว่า นายพุฒ ฤทธิ์เดช ชาวตำบลดอนทรายเป็นผู้ที่มีความประพฤติผิดกฎหมาย เหตุเพราะน้อยใจในความเหลื่อมล้ำของสังคม และเคียดแค้นในการกระทำของข้าราชการบางคน เมื่อสำนักปู่สวรรค์ไปตั้งอาณาจักรหุบผาสวรรค์ ผู้อำนวยการได้แถลงอุดมการณ์ ๑๐ ประการของสำนักปู่สวรรค์ นายพุฒิรู้สึกประทับใจในอุดมการณ์ข้อที่ ๔ ผดุงความเป็นธรรมของสังคมจึงเข้าพบอาจารย์สุชาติ ขอเอาศาสนาเป็นที่พึ่ง และขออุปสมบทในความอุปถัมภ์ของสำนักปู่สวรรค์ พระภิกษุพุฒอยู่ประจำที่อาณาจักรหุบผาสวรรค์ ประพฤติปฏิบัติสำรวมเป็นอย่างดี บวชอยู่ ๒ พรรษา ก็คิดจะลาสมณเพศ อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ได้พิจารณาหยั่งลึกไปในอนาคตแล้วว่าเหตุการณ์จะต้องป็นไปตามภาวะกรรม ห้ามมิได้ แต่ก็ฝากเตือนและขอร้องพระภิกษุพุฒว่า ท่านรับปากได้ไหมว่าจะไม่จับปืนอีก
พระภิกษุพุฒก็รับปาก อาจารย์สุชาติจึงกล่าวว่า ดีแล้ว ท่านต้องจำไว้ว่าที่กล่าวมาเป็นสัจจะ อย่าเผลอ และขอบอกว่าวันใดท่านจับปืน วันนั้นท่านเสียสัจจะแล้วจะต้องตายเพราะปืน

พระภิกษุพุฒลาจากร่มกาสาวพัสตร์ หาความสุขตามโลกียวิสัยครั้นต่อมาเกิดการวิวาทกันขึ้น  ถึงขั้นใช้อาวุธตัดสินกันนายพุฒถูกยิงและจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดายทั้งนี้เพราะผิดสัจจะและเป็นกรรมที่ต้องเป็นไป เห็นได้ว่าอาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์สามารถทราบการณ์ล่วงหน้าได้จึงเตือนสตินายพุฒ แต่เหตุการณ์ต้องเป็นไปตามวิบากกรรม

                นอกจากนี้เมื่อศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล กรรมการสำนักปู่สวรรค์ได้เข้าขออนุญาต ต่อ น.อ.สมภพ ภิรมย์ อธิบดีกรมศิลปากรในสมัยนั้นเพื่อขอจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมและหวังที่จะสร้างปูชนียวัตถุขึ้นเพื่อให้คนเกรงกลัวต่อบาปและอธิบดีกรมศิลปากรได้ให้ความเห็นชอบ ด้วยว่าจะเป็นการช่วยอนุรักษ์โบราณสถานแห่งนี้ ดังมีเอกสารจากอธิบดีกรมศิลปากร
ที่ ศธ.๐๗๐๔
/๔๔๔๐ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๖ ลงนามโดย น.อ.สมภพ ภิรมย์ ร.น. อนุญาตให้ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล ใช้ที่ดินในโบราณสถานเขาถ้ำพระ เพื่อจัดตั้งสำนักกรรมฐาน

                ในขณะนั้นการดำเนินงานของสำนักหุบผาสวรรค์ต้องพบอุปสรรคที่สำคัญ ๒ เรื่องด้วยกันคือ

๑.มีผู้ทำการระเบิดหินในพื้นที่ใกล้เคียง

๒.มีการเคลื่อนไหวของ ผกค.บริเวณเขาเสือหมอบ

เมื่อสำนักหุบผาสวรรค์เข้ามาดำเนินการและรณรงค์ให้ยุติการระเบิดหิน ซึ่งการระเบิดหินนั้นนอกจะเป็นการทำลายโบราณสถานแล้วยังเป็นช่องทางให้มีการส่งกำลังบำรุงของ ผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ เมื่อหุบผาสวรรค์มีนโบบายในการรักษาสภาพของโบราณสถานจึงเป็นการขัดขวางผลประโยชน์ของผู้ดำเนินการที่มีอิทธิพล สำนักหุบผาสวรรค์จึงถูกก่อกวน ข่มขู่หลายครั้งเพื่อบีบให้เลิกการดำเนินการ

                แม้จะประสบความยากลำบาก แต่การดำเนินการก่อตั้งหุบผาสวรรค์ก็ยังสามารถดำเนินการได้ต่อไป ด้วยอาศัยกรรมการที่เข้มแข็ง ๒ ท่าน คือ ๑.ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล และ ๒.ศาสตราจารย์ ดร.หลวงสมานวนกิจ นอกจากนี้ยังมีสานุศิษย์และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคแรงกายแรงปัจจัย ช่วยสร้างหุบผาสวรรค์ให้เป็นที่รื่นรมย์ ดึงดูดทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศให้ไปเยี่ยมชม มีการสวดมนต์ไหว้พระ การบรรยายธรรม ส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น

สันติเจดีย์หุบผาสวรรค์เมืองศาสนา

  

๔.วางศิลามงคลสร้างสันติเจดีย์

เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ได้มีพิธีวางศิลามงคลสร้างสันติเจดีย์ เป็นเจดีย์สิบยอด สร้างบนยอดเขาเสือหมอบ โดยสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามทรงเป็นองค์ประธานในพิธี

ตราสมาคมศาสนาสัมพันธ์

๕.จัดตั้งสมาคมศาสนาสัมพันธ์

เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๑๘ ได้มีการขอจดทะเบียนตั้งสมาคมศาสนาสัมพันธ์ มี พล.ต.ปราการ ภูวนาถนุรักษ์ เป็นนายกสมาคมคนแรก และในระยะต่อมา อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม ในช่วง ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ๒๕๒๔ โดยต่อเนื่อง

ผลงานที่สำคัญของสมาคมศาสนาสัมพันธ์ 

๑.การรณรงค์หยั่งสียงในหมู่ประชาชนชาวไทย ในหัวข้อเรื่อง คนไทยต้องการสันติภาพ ไม่ต้องการสงครามทั้งนี้ได้เสนอรายงานผลการหยั่งเสียงสันติภาพแก่สหประชาชาติด้วย โดย อาจารย์สุชาติโกศลกิติวงศ์ นายกสมาคมศาสนาสัมพันธ์ได้เดินทางไปพบเลขาธิการสหประชาชาติ ที่องค์การสหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

๒.จัดส่งคณะธรรมทูตศาสนาสัมพันธ์ ไปยังประเทศต่างๆหลายประเทศ โดยมีอาจารย์สุชาติโกศลกิติวงศ์ เป็นหัวหน้าคณะ ได้เฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ ๖ และจอห์นปอลที่ ๒ เข้าพบเลขาธิการสหประชาชาติ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ เช่น ผู้นำอิสลาม ประมุขศาสนาคริสต์ องค์ดาไลลามะ เป็นต้น ผลงานของสมาคมโดดเด่นในด้านการใช้พลังศาสนาเพื่อยังสันติภาพโลก จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นภาคีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ( Department of Public Information ) ของสหประชาชาติ

๖.แต่งตั้งเป็นทูตสันติภาพแห่งสภาธรรมนูญโลก

อาจารย์สุชาติ โกศลกิตวงศ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตสันติภาพแห่งโลก (World Peace Envoy)โดยองค์การสภาธรรมนูญโลก ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ ณ มลรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา

๗.แผนงานประชุมสันติภาพ

สมาคมศาสนาสัมพันธ์ได้วางแผนที่จะมีการประชุมสันติภาพระหว่างประเทศขึ้น ที่อาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ เพื่อรวมพลังของศาสนาในโอกาสเฉลิมฉลอง ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

นอกจากหุบผาสวรรค์เมืองศาสนายังได้จัดสร้างปูชนียวัตถุอันเป็นสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาต่างๆ เช่น จัดสร้างพระพุทธรูปยืนสูง ๙ เมตร ปางถวายเนตร พระรูปพระเยซูคริสต์ พระแม่มาเรีย พระพิฆเนศ เป็นต้น เพื่อให้ศาสนิกชนของแต่ละศาสนาได้เข้าทำการสักการะบูชาตามแบบของตน

                สำหรับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างนั้นได้อาศัยความอุปถัมภ์ของมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นองค์กรถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๑๙ อาจารย์สุชาติ เป็นประธานมูลนิธิ

๘.มหาอุปสรรคของงานสันติภาพ

พ.ศ.๒๕๒๕ เนื่องด้วยโครงการจัดประชุมสันติภาพอันถาวร สมาคมศาสนาสัมพันธ์ได้เชิญผู้นำ
ทางศาสนา การเมืองโลก รวมทั้งสหประชาชาติ ให้เข้ามาร่วมประชุม ณ หุบผาสวรรค์ กำหนดในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๒๕ ซึ่งถ้าหากโครงการนี้ทำสำเร็จก็จะเป็นการขัดกับแนวนโยบายการแผ่อิทธิพลด้วยกำลังอาวุธของประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคคอมมิวนิสต์สากล ซึ่งในช่วงเวลานั้นประเทศมหาอำนาจที่มีลัทธิการเมืองแตกต่างกันกำลังต่อสู้กันอย่างหนักในทุกๆด้านจึงได้มีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อล้มการประชุมสันติภาพและล้มล้างหุบผาสวรรค์ตลอดจนเครือข่ายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีข้าราชการ นักการเมือง สื่อมวลชนบางสำนักตกเป็นเครื่องมือ กล่าวร้ายป้ายสีและทำลายทูตสันติภาพ จนถึงขั้นจะต้องเอาชีวิตท่านให้ได้ ผลจากวิกฤตครั้งนี้ทำให้อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ถูกตามล่าเอาชีวิตจากหลายฝ่ายต้องลี้ภัยอยู่อย่างสงบในประเทศไทย เป็นเวลาถึง ๔ ปีครึ่ง จึงออกมาต่อสู้กันในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผลจากการต่อสู้ด้วยความอดทนมายาวนาน ในที่สุดศาลตัดสินชี้ขาดยกฟ้องทุกคดีทำให้อาจารย์ สุชาติ โกศลกิติวงศ์ หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาต่างๆทุกคดี นอกจากนี้ยังไม่ปรากฎว่ามีข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติ ไม่มีข้อกล่าวหาเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่มีคดีเกี่ยวกับการมีอาวุธสงครามดังที่เคยเป็นข่าวในสื่อมวลชนที่ผ่านมาแต่ประการใด

*** Link ชมภาพและศึกษาประวัติของสถานที่สำคัญต่างๆภายในหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาในอดีต>>

บรรณานุกรม

๑.กลุ่มประชาชนผู้สนับสนุนสันติภาพโดยสันติวิธี สรุปผลงานของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาและเรื่องที่เกี่ยวข้อง

๒.เกหลง พานิช   มันสมองสำคัญของโลกถูกมองข้าม โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ๒๕๒๑

๓.ท่านผู้หญิงดิฐการภักดี การโค่นล้มสำนักปู่สวรรค์และหุบผาสวรรค์ สามวิจิตรการพิมพ์ ๒๕๓๘

Contribute!
Books!
Shop!